Hey Jini X แบรนด์ดัง เปิดโลกความสนุกที่ลูกคุณไม่ควรพลาด

webmaster

헤이지니와 키즈 브랜드 협업 관련 이미지 1

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่น่ารักทุกคน! ช่วงนี้ฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะสังเกตเห็นว่าโลกของลูกๆ หลานๆ ของเราเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ นะคะ โดยเฉพาะเหล่าหนูน้อยที่กลายมาเป็นคนดังตัวจิ๋ว อย่าง เฮจินี่ อินฟลูเอนเซอร์เด็กจากเกาหลีที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกันดี หรือแม้แต่อินฟลูเอนเซอร์เด็กไทยของเราเองก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลย.

헤이지니와 키즈 브랜드 협업 관련 이미지 1

ฉันเห็นคุณพ่อคุณแม่หลายคนเลยที่อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก ทั้งของเล่น เสื้อผ้า หรือแม้แต่อุปกรณ์เสริมพัฒนาการ ยิ่งตอนนี้แบรนด์ต่างๆ ก็หันมาจับมือกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์เด็กและครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราได้เห็นสินค้าน่ารักๆ และน่าสนใจเพียบเลยค่ะ.

มันเหมือนเป็นปรากฏการณ์ใหม่เลยใช่ไหมล่ะคะ ที่การตลาดและการเลี้ยงลูกมาบรรจบกันได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่ซื้อตามๆ กัน แต่เหมือนมีคนช่วยคัดสรรและรีวิวจากประสบการณ์จริงให้เราได้เห็นกันเลยทีเดียว.

เลยอยากชวนทุกคนมาดูกันค่ะว่าเบื้องหลังความร่วมมือเหล่านี้มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง ทำไมถึงฮิตนัก และที่สำคัญเราจะได้ประโยชน์อะไรจากเทรนด์นี้บ้างนะคะมาทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดนี้อย่างละเอียดกันค่ะ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่น่ารักทุกคน!

ปรากฏการณ์อินฟลูเอนเซอร์ตัวจิ๋ว: ทำไมถึงฮิตติดลมบนขนาดนี้?

ลูกๆ ของเรากลายเป็นดาวเด่นบนโลกออนไลน์

ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ฉันอดไม่ได้ที่จะสังเกตเห็นว่าโลกของเราหมุนเร็วขึ้นทุกวันจริงๆ นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กๆ รุ่นใหม่ ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและกลายเป็น “อินฟลูเอนเซอร์ตัวจิ๋ว” ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

บางคนอาจจะคิดว่าก็แค่เด็กๆ เล่นสนุก แต่จริงๆ แล้วเบื้องหลังความน่ารักสดใสเหล่านี้ มีอะไรที่มากกว่านั้นเยอะเลยค่ะ มันคือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดึงดูดใจผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่แค่คนไทยนะคะ แต่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกเลยทีเดียว ลูกๆ หลานๆ ของเราที่มีพรสวรรค์และความสามารถพิเศษ ไม่ว่าจะในด้านการแสดง ความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้แต่การเล่นของเล่น ก็สามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ยิ่งเวลาเราเห็นเด็กๆ รีวิวของเล่นชิ้นโปรดด้วยแววตาเป็นประกาย หรือสอนวิธีทำอะไรสนุกๆ มันช่างน่าเอ็นดูจนต้องกดติดตามเลยจริงไหมคะ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ชอบดูมากๆ เลยค่ะ บางครั้งก็ได้ไอเดียดีๆ มาจากน้องๆ ด้วยนะ

เสน่ห์ที่ทำให้ผู้ใหญ่และเด็กหลงรัก

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้อินฟลูเอนเซอร์เด็กเหล่านี้ครองใจคนดูได้มากมายขนาดนี้กันนะ? สำหรับฉันแล้ว ข้อแรกเลยคือความบริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติของเด็กๆ นี่แหละค่ะ การแสดงออกที่ไร้เดียงสา คำพูดตรงไปตรงมา และความกระตือรือร้นในการลองสิ่งใหม่ๆ มันคือสิ่งที่หาได้ยากและจริงใจที่สุดแล้ว พอได้ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้หัวเราะ ได้ยิ้มตาม มันเป็นความรู้สึกที่เติมเต็มพลังบวกมากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ หลายๆ ครอบครัวก็สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ให้สาระความรู้ หรือแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูกในแง่มุมต่างๆ ทำให้พ่อแม่รุ่นใหม่อย่างเราๆ ได้ประโยชน์ไปด้วย ไม่ใช่แค่ความบันเทิงอย่างเดียว แต่ยังได้เทคนิคดีๆ มาปรับใช้กับลูกๆ ของเราเองอีกด้วยค่ะ ฉันเองเคยลองเอาไอเดียจากคลิปน้องคนหนึ่งไปเล่นกับหลาน ปรากฏว่าหลานชอบมากเลยค่ะ เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความสุขได้เยอะเลย

เบื้องหลังความร่วมมือ: แบรนด์กับครอบครัวอินฟลูเอนเซอร์เด็ก

Advertisement

การตลาดที่เข้าถึงใจคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าในยุคนี้ การตลาดไม่ได้มีแค่โฆษณาตามทีวีอีกต่อไปแล้ว แบรนด์ต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตลาดสินค้าสำหรับเด็ก ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่จะใส่ใจและพิจารณาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แบรนด์จึงมองเห็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ผ่านอินฟลูเอนเซอร์เด็กและครอบครัว การที่เด็กๆ ได้ลองใช้สินค้าจริงและบอกเล่าประสบการณ์ของพวกเขาอย่างเป็นธรรมชาติ มันสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าโฆษณาแบบเดิมๆ เยอะเลยค่ะ เหมือนมีคนที่เราเชื่อใจมาช่วยคัดสรรและรีวิวให้เราดูก่อนตัดสินใจซื้อ แบรนด์เองก็จะได้ประโยชน์จากการที่สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น และยังสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย เป็นมิตรกับครอบครัวอีกด้วย ฉันเองก็เคยโดนตกจากรีวิวของน้องๆ หลายชิ้นเลยค่ะ เพราะเห็นแล้วรู้สึกว่า “เออ ของมันต้องมีจริงๆ แหละ”

สร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ

แม้ว่าการร่วมงานระหว่างแบรนด์กับอินฟลูเอนเซอร์เด็กจะดูเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีประโยชน์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องของจริยธรรมและความรับผิดชอบค่ะ ทั้งแบรนด์และครอบครัวจะต้องทำงานร่วมกันอย่างโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าคอนเทนต์ที่ออกมาเหมาะสมกับวัยของเด็กๆ และไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของน้องๆ การให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สนุกสนานตามธรรมชาติของพวกเขา โดยไม่รู้สึกเหมือนถูกบังคับหรือต้องทำงานหนักเกินไป เป็นสิ่งที่เราในฐานะผู้ใหญ่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ นอกจากนี้ การเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับอินฟลูเอนเซอร์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้ชมได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและสามารถตัดสินใจได้เองอย่างมีวิจารณญาณ ฉันเชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายทำงานด้วยความเข้าใจและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กๆ เราก็จะได้เห็นคอนเทนต์ดีๆ ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

ประโยชน์ที่เราได้จากรีวิวของน้องๆ: ไม่ใช่แค่ความน่ารัก

ตัวช่วยสำคัญในการเลือกซื้อของใช้สำหรับลูก

ในฐานะคุณแม่หรือคุณป้าที่ต้องดูแลเด็กๆ ฉันเข้าใจดีเลยค่ะว่าการเลือกซื้อของเล่น เสื้อผ้า หรือแม้แต่อุปกรณ์ต่างๆ สำหรับลูกหลานของเรามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ ตลาดสินค้าเด็กเดี๋ยวนี้มีให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมด จนบางทีก็สับสน ไม่รู้จะเลือกอะไรดี อินฟลูเอนเซอร์เด็กนี่แหละค่ะที่กลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญของเรา พวกเขาจะช่วยรีวิวสินค้าต่างๆ จากมุมมองของเด็กจริงๆ ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสินค้านั้นๆ มีลักษณะอย่างไร ใช้งานยากง่ายแค่ไหน ที่สำคัญคือเด็กๆ ชอบจริงหรือเปล่า เพราะบางทีของที่ผู้ใหญ่คิดว่าดี เด็กๆ อาจจะไม่ชอบก็ได้จริงไหมคะ การได้เห็นรีวิวจากน้องๆ ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ประหยัดเวลาในการหาข้อมูล และลดความเสี่ยงที่จะซื้อของที่ไม่เหมาะกับลูกอีกด้วยค่ะ ฉันเองเคยได้เสื้อผ้าให้หลานจากรีวิวของน้องคนหนึ่งมา ปรากฏว่าเนื้อผ้าดีมาก ระบายอากาศเยี่ยม แถมดีไซน์ก็น่ารักถูกใจหลานสุดๆ เลย

ได้แรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ๆ ในการเลี้ยงลูก

นอกจากการช่วยตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าแล้ว อินฟลูเอนเซอร์เด็กและครอบครัวยังมอบแรงบันดาลใจและไอเดียดีๆ ให้กับเราได้อีกมากมายเลยนะคะ บางครั้งเราอาจจะเห็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ครอบครัวของอินฟลูเอนเซอร์ทำร่วมกัน เช่น การประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุเหลือใช้ การทำอาหารง่ายๆ สำหรับเด็ก หรือแม้แต่การสอนลูกให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วยวิธีที่สนุกสนาน สิ่งเหล่านี้สามารถจุดประกายให้เรานำไปปรับใช้กับลูกหลานของเราเองได้ค่ะ ฉันเคยเห็นคลิปสอนทำขนมง่ายๆ ที่เด็กๆ ช่วยกันทำอย่างสนุกสนาน เลยลองเอาไปชวนหลานทำบ้าง ปรากฏว่าลูกๆ ชอบมาก แถมยังได้ใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวอย่างมีความสุขอีกด้วยค่ะ มันไม่ใช่แค่การดูคลิปผ่านๆ แต่เป็นการส่งต่อความสุขและแรงบันดาลใจให้กันและกันได้อย่างน่าทึ่งเลยจริงๆ

ประเภทสินค้า ตัวอย่างสินค้า สิ่งที่พ่อแม่คาดหวังจากรีวิว
ของเล่นเสริมพัฒนาการ บล็อกไม้, ชุดวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเล็ก, หนังสือภาพอินเตอร์แอคทีฟ ประโยชน์ด้านพัฒนาการ, ความปลอดภัย, ความทนทาน, ความคุ้มค่า
เสื้อผ้าเด็ก ชุดแฟชั่นสำหรับเด็ก, ชุดออกงาน, ชุดนอนผ้าออร์แกนิก วัสดุที่ระบายอากาศได้ดี, ดีไซน์น่ารัก, ใส่สบาย, ไม่ระคายเคืองผิว
อุปกรณ์สำหรับเด็ก รถเข็นเด็ก, คาร์ซีท, เป้อุ้มเด็ก, ขวดนม, เครื่องนึ่งขวดนม ฟังก์ชันการใช้งาน, ความปลอดภัย, ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน, รีวิวจากผู้ใช้งานจริง
ขนมและอาหารเสริม ขนมออร์แกนิก, นมสำหรับเด็ก, อาหารเสริมวิตามินรวม ส่วนประกอบ, คุณค่าทางโภชนาการ, รสชาติที่เด็กๆ ชอบ, ปราศจากสารก่อภูมิแพ้

การเลือกซื้อของเล่นและสินค้าสำหรับลูก: ฉลาดเลือก ฉลาดช้อป

มองหาความคุ้มค่าและปลอดภัยเป็นอันดับแรก

ในยุคที่สินค้าเด็กมีให้เลือกมากมายจนตาลายแบบนี้ สิ่งสำคัญที่ฉันอยากจะเน้นย้ำกับเพื่อนๆ ทุกคนเลยคือ การเลือกซื้อของเล่นและสินค้าสำหรับลูกหลานของเรานั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือความน่ารักอย่างเดียวแล้วนะคะ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและประโยชน์ใช้สอยเป็นอันดับแรกเลยค่ะ ก่อนจะตัดสินใจซื้ออะไร ลองใช้เวลาสักนิดในการหาข้อมูล อ่านรีวิวจากหลายๆ แหล่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประสบการณ์ตรงของพ่อแม่ท่านอื่นๆ หรือจากอินฟลูเอนเซอร์เด็กที่เราติดตาม ซึ่งพวกเขามักจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆ เกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ มาตรฐานความปลอดภัย หรือแม้แต่การทดสอบการใช้งานจริง อย่าลืมดูเรื่องฉลากสินค้าให้ละเอียดว่ามีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าของที่เราเลือกมานั้นปลอดภัยและเหมาะกับช่วงวัยของลูกจริงๆ ค่ะ เราลงทุนกับสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอจริงไหมคะ

อย่าหลงตามกระแสจนลืมความต้องการของลูก

ฉันเข้าใจดีเลยค่ะว่าเวลาเห็นของน่ารักๆ ที่อินฟลูเอนเซอร์เด็กคนโปรดรีวิว หรือเห็นเพื่อนๆ ซื้อให้ลูกแล้วก็อดใจไม่ไหวอยากจะซื้อตามบ้าง แต่เดี๋ยวก่อนนะคะ!

ก่อนจะควักกระเป๋า ลองถามตัวเองดูสักนิดว่าของชิ้นนั้นๆ เหมาะสมกับความต้องการและพัฒนาการของลูกเราจริงๆ หรือเปล่า บางทีของเล่นบางชิ้นอาจจะดูสวยงามทันสมัย แต่ลูกของเราอาจจะยังไม่ถึงวัยที่จะเล่นได้ หรืออาจจะไม่ได้สนใจมันมากเท่าที่เราคิดก็ได้ค่ะ การเลือกซื้อสินค้าโดยคำนึงถึงความสนใจและบุคลิกของลูกเป็นหลัก จะทำให้เราได้ของที่ลูกชอบและได้ใช้งานจริงอย่างคุ้มค่ามากกว่าการซื้อตามกระแสเพียงอย่างเดียว เพราะสุดท้ายแล้วความสุขและการเรียนรู้ของลูกคือสิ่งสำคัญที่สุดจริงไหมคะ ฉันเองก็เคยพลาดซื้อของตามกระแสมาเหมือนกันค่ะ สุดท้ายกลายเป็นของที่วางทิ้งไว้เฉยๆ เสียดายเงินมากๆ เลย

Advertisement

สร้างสมดุลให้กับการเติบโตของลูกในโลกโซเชียล

ปกป้องความเป็นส่วนตัวและสิทธิของเด็ก

การที่ลูกๆ ของเรามีตัวตนบนโลกออนไลน์ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ตัวจิ๋วนั้นมาพร้อมกับความท้าทายหลายอย่างเลยนะคะ ในฐานะพ่อแม่ เรามีหน้าที่สำคัญที่สุดในการปกป้องความเป็นส่วนตัวและสิทธิของลูก ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจว่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกมากน้อยแค่ไหน หรือการตรวจสอบคอนเทนต์ที่จะเผยแพร่ออกไป ต้องแน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปเพื่อประโยชน์ของลูกจริงๆ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ใหญ่ฝ่ายเดียว การพูดคุยกับลูกถึงเรื่องราวบนโลกออนไลน์อย่างเปิดอก และสอนให้พวกเขารู้จักระมัดระวังตัวเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ เพราะเด็กๆ อาจจะยังไม่เข้าใจผลกระทบระยะยาวของการกระทำบางอย่างบนอินเทอร์เน็ต เราต้องเป็นเกราะป้องกันให้ลูกเสมอ การสร้างสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์กับการปกป้องพวกเขาจากอันตรายต่างๆ บนโลกออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นพิเศษเลยนะคะ

ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสม

การเป็นอินฟลูเอนเซอร์เด็กไม่ควรมาบดบังหรือขัดขวางการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัยของลูกนะคะ สิ่งสำคัญคือการจัดสรรเวลาให้ลูกได้เล่น ได้เรียน ได้พักผ่อน และได้ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่การทำคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว เพราะวัยเด็กคือช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และเติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม การที่ลูกได้ทำกิจกรรมหลากหลาย เช่น เล่นกีฬา อ่านหนังสือ หรือใช้เวลากับเพื่อนๆ จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แบรนด์และครอบครัวควรทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ไม่เพียงแต่สนุกสนาน แต่ยังสอดแทรกคุณค่าและสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ด้วย ฉันเชื่อว่าเมื่อทุกฝ่ายคำนึงถึงการเติบโตอย่างสมดุลของเด็กๆ เป็นหลัก เราก็จะได้เห็นอินฟลูเอนเซอร์เด็กที่น่ารักและมีความสุขบนเส้นทางของพวกเขาอย่างแท้จริงค่ะ

มองการณ์ไกล: อนาคตของวงการอินฟลูเอนเซอร์เด็กในไทย

Advertisement

เทรนด์ที่เติบโตไม่หยุดยั้งและโอกาสใหม่ๆ

ฉันเชื่อว่าเทรนด์ของอินฟลูเอนเซอร์เด็กจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย และอาจจะเห็นรูปแบบความร่วมมือที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ค่ะ ไม่ใช่แค่สินค้าสำหรับเด็กเท่านั้น แต่ยังอาจขยายไปสู่การรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว กิจกรรมเสริมทักษะ หรือแม้แต่แอปพลิเคชันเพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก แบรนด์ต่างๆ จะต้องปรับตัวและมองหาวิธีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์เด็กและครอบครัวอย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และที่สำคัญที่สุดคือผู้ชมที่เป็นพ่อแม่และเด็กๆ เอง ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในวงการนี้ ที่สำคัญคือการที่เทคโนโลยีจะช่วยให้เด็กๆ ที่มีความสามารถได้มีเวทีในการแสดงออกและสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไปในอนาคตค่ะ

สร้างสรรค์สังคมอินฟลูเอนเซอร์เด็กที่ยั่งยืน

เพื่อให้วงการอินฟลูเอนเซอร์เด็กเติบโตไปได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กๆ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ แบรนด์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่องค์กรที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ควรเข้ามามีบทบาทในการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เป็นธรรมและเหมาะสม เพื่อปกป้องเด็กๆ จากการแสวงหาผลประโยชน์หรือผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นได้ การให้ความรู้กับพ่อแม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการชื่อเสียงของลูกบนโลกออนไลน์ และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์เด็ก ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ ฉันหวังว่าเราทุกคนจะร่วมมือกันสร้างสรรค์สังคมที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนให้เด็กๆ ได้เติบโตอย่างมีความสุขและมีคุณภาพในโลกดิจิทัลใบนี้ เพื่อให้พวกเขากลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตค่ะ

ปิดท้ายกันค่ะ

헤이지니와 키즈 브랜드 협업 관련 이미지 2

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่น่ารักทุกคน อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พอจะเห็นภาพรวมของโลกอินฟลูเอนเซอร์ตัวจิ๋วกันมากขึ้นไหมคะ ฉันเองก็รู้สึกทึ่งกับการเติบโตของปรากฏการณ์นี้จริงๆ ค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กๆ รุ่นใหม่จะมีความสามารถและพลังในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายขนาดนี้ ทั้งยังช่วยให้พ่อแม่อย่างเราๆ ได้ข้อมูลดีๆ ในการเลือกซื้อสินค้าหรือหาไอเดียกิจกรรมสนุกๆ ไปปรับใช้กับลูกๆ ของเราเองอีกด้วยค่ะ การได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ผ่านหน้าจอ มันช่างเป็นความสุขเล็กๆ ที่เติมเต็มหัวใจเราได้ดีจริงๆ เลยนะคะ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ

ข้อมูลน่ารู้ที่มีประโยชน์

1. การสร้างสรรค์คอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์เด็ก ไม่ได้มีแค่ความบันเทิงอย่างเดียว แต่ยังสามารถสอดแทรกสาระความรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมที่เป็นพ่อแม่และเด็กๆ ได้อย่างลงตัวเลยค่ะ การได้เห็นเด็กๆ เรียนรู้หรือทำกิจกรรมต่างๆ อย่างสนุกสนาน ก็เป็นแรงกระตุ้นให้พ่อแม่อย่างเราอยากหาอะไรดีๆ ให้ลูกได้ลองทำบ้าง เช่น การทำอาหารง่ายๆ ที่เด็กๆ ช่วยกันทำ หรือการประดิษฐ์ของเล่นจากของเหลือใช้ในบ้าน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการและทักษะการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ที่สำคัญคือการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวอย่างมีคุณภาพค่ะ

2. การเลือกซื้อของเล่นและสินค้าสำหรับเด็ก ควรพิจารณาจากหลายปัจจัยนอกเหนือจากความน่ารักหรือกระแสที่กำลังมาแรงนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัย มาตรฐานของวัสดุที่ใช้ และความเหมาะสมกับช่วงวัยของเด็กๆ เพราะบางครั้งของที่ดูสวยงามอาจจะไม่ปลอดภัย หรือของเล่นบางอย่างอาจจะซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็กเล็กๆ ค่ะ การอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะจากพ่อแม่ท่านอื่นๆ หรืออินฟลูเอนเซอร์เด็กที่เราติดตาม ก็เป็นตัวช่วยที่ดีในการตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่าเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดให้กับลูกของเราค่ะ

3. การปกป้องความเป็นส่วนตัวและสิทธิของเด็กๆ ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์บนโลกออนไลน์ ถือเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของพ่อแม่เลยค่ะ เราต้องระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของลูก และตรวจสอบคอนเทนต์ที่จะนำเสนอออกไปอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อพัฒนาการของพวกเขาในระยะยาว การพูดคุยกับลูกถึงเรื่องราวบนโลกโซเชียลอย่างสม่ำเสมอ และสอนให้พวกเขารู้จักระมัดระวังตัว ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ

4. การสร้างสมดุลให้กับการเติบโตของลูกในโลกโซเชียลเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ ค่ะ การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ไม่ควรมาบดบังหรือขัดขวางเวลาในการเรียน เล่น พักผ่อน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เหมาะสมกับวัยของลูก เพราะวัยเด็กคือช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และเติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม การที่ลูกได้มีโอกาสทำกิจกรรมที่หลากหลาย จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แบรนด์และครอบครัวควรทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ไม่เพียงแต่สนุกสนาน แต่ยังสอดแทรกคุณค่าและสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ด้วย

5. อนาคตของวงการอินฟลูเอนเซอร์เด็กในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และอาจมีรูปแบบความร่วมมือที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้นค่ะ แบรนด์ต่างๆ จะต้องปรับตัวและมองหาวิธีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์เด็กและครอบครัวอย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และที่สำคัญที่สุดคือผู้ชมที่เป็นพ่อแม่และเด็กๆ เอง ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในวงการนี้ในอนาคตอันใกล้เลยค่ะ

Advertisement

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

อินฟลูเอนเซอร์ตัวจิ๋วไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมดิจิทัล พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิและความเป็นส่วนตัวของลูก สร้างสมดุลระหว่างการทำคอนเทนต์กับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม และเลือกสรรสินค้าอย่างชาญฉลาดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความคุ้มค่าเป็นหลัก เพื่อให้เด็กๆ เติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุขในโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: Kidfluencer หรือ Influencer เด็กคืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคะ?

ตอบ: โอ้โห คำถามนี้บอกเลยว่าตรงใจคุณแม่ยุคใหม่อย่างเรามากๆ เลยค่ะเพื่อนๆ! จริงๆ แล้ว Kidfluencer (คิดฟลูเอนเซอร์) หรือที่เราเรียกง่ายๆ ว่าอินฟลูเอนเซอร์เด็กนี่ก็คือ “มนุษย์ตัวน้อย” ที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์นี่แหละค่ะ พวกเขาไม่ใช่แค่เด็กธรรมดาๆ นะคะ แต่เป็นเด็กๆ ที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวของเล่น การเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่การทำกิจกรรมสนุกๆ กับครอบครัว แล้วก็มีคนติดตามเยอะแยะมากมายเลยค่ะเพื่อนๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว คุณพ่อคุณแม่นั่นแหละค่ะที่เป็นคนช่วยดูแลและผลิตคอนเทนต์ให้ลูกๆ

ถามว่าทำไมถึงได้รับความนิยมมากถึงขนาดนี้เหรอคะ?
ฉันเองก็สังเกตเห็นว่ามันมีหลายปัจจัยเลยนะ อย่างแรกเลยคือความน่ารักไร้เดียงสาตามธรรมชาติของเด็กๆ นี่แหละค่ะ ที่ใครเห็นก็อดใจไม่ไหว ต้องยิ้มตามทุกที เวลาดูแล้วมันรู้สึกผ่อนคลาย หายเหนื่อยจากเรื่องเครียดๆ เลยค่ะ เหมือนกับที่เราชอบดูคลิปน้องหมาน้องแมววิ่งเล่นกันยังไงอย่างนั้นเลย อีกอย่างคือสมัยนี้เด็กๆ เติบโตมาในโลกดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้าถึงง่ายมากๆ เลยใช่ไหมคะ ลูกๆ หลานๆ ของเราคุ้นเคยกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตกันตั้งแต่เล็กๆ เลย ทำให้พวกเขามองว่าโลกออนไลน์คือสนามเด็กเล่นใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ดูอย่างเดียว แต่ยังอยากลองทำตามพี่ๆ Kidfluencer คนอื่นๆ ด้วยค่ะ แบรนด์ต่างๆ ก็เห็นถึงตรงนี้ เลยหันมาทำการตลาดกับ Kidfluencer มากขึ้น ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลตอบรับดีกว่าการตลาดแบบเดิมๆ ซะอีกนะคะ พ่อแม่ยุคใหม่เองก็อยากให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี พอเห็น Kidfluencer คนอื่นทำอะไรดีๆ ก็อยากสนับสนุน อยากให้ลูกเราได้ลองบ้าง มันเลยกลายเป็นเทรนด์ฮิตที่เติบโตแบบก้าวกระโดดเลยค่ะเพื่อนๆ

ถาม: คุณพ่อคุณแม่และแบรนด์ได้ประโยชน์อะไรจากการร่วมมือกับ Influencer เด็กและครอบครัวคะ?

ตอบ: จากที่ฉันคลุกคลีอยู่ในวงการนี้มาพักใหญ่ๆ ก็เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าทั้งคุณพ่อคุณแม่และแบรนด์ที่ร่วมงานกัน ต่างก็ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้าเลยนะ

สำหรับฝั่ง “คุณพ่อคุณแม่” หรือ “ครอบครัวอินฟลูเอนเซอร์” การได้เข้ามาทำตรงนี้ถือว่ามีข้อดีหลายอย่างเลยค่ะ อย่างแรกเลยคือเรื่องของรายได้ค่ะเพื่อนๆ บางครอบครัวก็สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากตรงนี้เลยนะ ที่สำคัญคือมันมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูงมากๆ เราสามารถเลือกเวลาทำงาน ถ่ายทำคอนเทนต์ได้ตามสะดวก ไม่ต้องตอกบัตรเข้าออกเหมือนงานประจำ แถมยังมีโอกาสได้ลองใช้สินค้าใหม่ๆ ก่อนใคร ได้รับของขวัญรีวิวฟรีๆ ด้วยนะ ส่วนตัวฉันเองก็รู้สึกดีมากๆ ที่ได้แบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูก ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับคุณพ่อคุณแม่คนอื่นๆ สร้างคอมมูนิตี้ดีๆ ขึ้นมา มันเหมือนได้ทำงานอดิเรกที่เรารัก ได้ใช้เวลาคุณภาพกับลูกๆ ไปด้วยกัน แล้วยังได้เงินด้วย ใครจะไม่อยากทำจริงไหมคะ!
นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ลูกๆ ได้แสดงออกและพัฒนาทักษะต่างๆ ตั้งแต่เด็กด้วยค่ะ

ส่วน “แบรนด์” เองก็เล็งเห็นถึงพลังของอินฟลูเอนเซอร์เด็กและครอบครัวค่ะเพื่อนๆ ลองคิดดูสิคะว่าเวลาเราเห็นเด็กน่ารักๆ รีวิวของเล่นชิ้นโปรดด้วยแววตาเป็นประกาย หรือครอบครัวอบอุ่นๆ พากันใช้ผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่าง มันดูน่าเชื่อถือและเข้าถึงใจผู้บริโภคได้มากกว่าโฆษณาตรงๆ เยอะเลยค่ะ แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ Gen Y ที่ตอนนี้เป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ หรือแม้แต่กลุ่ม Gen Alpha ที่โตมากับดิจิทัลเลย การร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ได้ดีเยี่ยม เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า และที่สำคัญที่สุดคือช่วยกระตุ้นยอดขายได้จริงค่ะ ยิ่งอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวมักจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดตามมากๆ เหมือนเพื่อนที่มาบอกต่อ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อมั่นและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ

ถาม: ในฐานะผู้บริโภค เราควรมีวิธีเลือกดูคอนเทนต์หรือสินค้าที่ Influencer เด็กและครอบครัวรีวิวอย่างไรให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดคะ?

ตอบ: ในฐานะที่เป็นทั้งอินฟลูเอนเซอร์และคุณแม่คนนึง ฉันเข้าใจเลยค่ะว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนก็อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก และอยากได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้จริง เพื่อให้การซื้อของแต่ละครั้งคุ้มค่าที่สุดใช่ไหมคะ ดังนั้นการเลือกดูคอนเทนต์หรือสินค้าจาก Influencer เด็กและครอบครัวก็ต้องมีเทคนิคกันนิดนึงค่ะเพื่อนๆ

สิ่งแรกที่ฉันทำเสมอเลยก็คือ “ดูความจริงใจและความเป็นธรรมชาติ” ค่ะ เวลาที่อินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้าที่เขาใช้เองจริงๆ ในชีวิตประจำวัน ลูกๆ เล่นของเล่นชิ้นนั้นจริงๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วยความสุข มันจะสัมผัสได้เลยค่ะว่ารีวิวนี้มาจากประสบการณ์จริง ไม่ได้แค่ถือมาพูดตามสคริปต์ ฉันจะดูว่าเขามีสไตล์การนำเสนอที่เข้ากับเราไหม พูดจาเป็นกันเอง ให้ข้อมูลละเอียดรอบด้านหรือเปล่า ลองพิจารณาอินฟลูเอนเซอร์ที่แสดงออกถึงความเชี่ยวชาญในด้านการเลี้ยงลูก หรือมีมุมมองที่ตรงกับแนวทางการเลี้ยงลูกของเรานะคะ อย่างเพจที่ให้ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็ก หรือรีวิวของใช้ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ต่อมาคือ “อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด แต่ให้หาข้อมูลเพิ่ม” ค่ะ ถึงแม้เราจะชอบอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นมากแค่ไหน แต่ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชมนะคะ ลองดูรีวิวจากหลายๆ ช่องทาง เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายๆ อินฟลูเอนเซอร์ หรืออ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงคนอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะสินค้าจำพวกของเล่น เสื้อผ้า หรือของใช้เด็กอ่อน เราต้องดูเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยให้ดีๆ ค่ะ เพราะเด็กๆ มีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่เยอะเลยเนอะ ถ้าเป็นไปได้ ลองไปดูสินค้าจริงที่ร้าน หรือศึกษาฉลากสินค้าให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อก็ยิ่งดีค่ะ

สุดท้ายที่สำคัญมากๆ เลยคือ “การสร้างสมดุลและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวเรา” ค่ะ การติดตามอินฟลูเอนเซอร์เป็นสิ่งที่ดี แต่เราก็ต้องจำกัดเวลาการใช้งานโซเชียลมีเดียของลูกๆ ด้วยนะคะ ชวนลูกๆ ทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันในครอบครัว ออกไปเที่ยวนอกบ้าน เล่นกีฬา อ่านหนังสือบ้าง ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์อย่างเดียว แต่ต้องมองหาคุณค่าที่แท้จริงที่อินฟลูเอนเซอร์มอบให้ เช่น ไอเดียการเลี้ยงลูก การส่งเสริมพัฒนาการ หรือแม้แต่มุมมองการใช้ชีวิตในครอบครัวที่อบอุ่น เราจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาด และสามารถเลือกสิ่งที่มีประโยชน์และปลอดภัยให้กับลูกน้อยของเราได้อย่างแท้จริงค่ะเพื่อนๆ

📚 อ้างอิง